ไม่น่าเชื่อว่า Suzuki จะสามารถผลิตรถยนต์ที่ครองใจวัยรุ่นในบ้านเราได้ หลังจากที่ทาง Suzuki ปล่อยเจ้า Swift ออกมาโลดแล่นบนท้องถนนบ้านเราเมื่อไม่กี่ปีก่อน ด้วยรูปทรงกะทัดรัดแต่ไม่ดูเล็กเป็นรถกระป๋องจนเกินไป บวกกับหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร (หรือใครจะมองว่าลอก mini มาก็ช่าง) ทำให้วัยรุ่นหลายคนต่างก็จับจองมาแต่งองค์ทรงเครื่องจนเป็นรถยนต์ที่สวยงามบาดใจและดูดีมีราคาขึ้นมาทันที
แต่ก็เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่เคยใหม่ก็ต้องกลายเป็นเก่าเข้าสักวันหนึ่ง เพราะว่ามีภาพหลุดออกมาจากทางเว็บไซต์ต่างประเทศเว็บหนึ่งถึงภาพและข้อมูลของเจ้า Suzuki Swift 2014 สเป็คยุโรป รถยนต์ไซด์ซับคอมแพ็ค ที่ออกมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2 แบบ 2 ขนาด คือ เบนซิน ขนาด 1.2 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.3 ลิตร ซึ่งเจ้าตัวเบนซินจะมีแรงม้าอยู่ที่ 94 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตร เร่งสปีดความเร็ว จาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ใน 12.3 วินาที ส่วนตัวดีเซล มีแรงม้าน้อยกว่าอยู่ที่ 74 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 190 นิวตันเมตร และทำความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ในเวลา 12.7 วินาที ซึ่งทั้ง 2 รุ่นมีความเร็วสูงสุดเท่ากันตามที่ระบุไว้คือ 165 กม./ชม.
รูปทรงภายนอกหากมองเพียงผิวเผินก็แทบจะไม่แตกต่างจากเดิมสักเท่าไหร่ ที่เพิ่มเติมมาก็มีเพียงไฟเดย์ไลท์ แอลอีดี ตามสมัยนิยมจนเหมือนเป็นของที่ขาดไม่ได้ในรถยนต์รุ่นใหม่ทุกคัน กับกระจกมองข้างที่มีไฟเลี้ยวติดมาด้วย ส่วนการตกแต่งภายในนั้นแทบไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิมเลยสักนิด
ข้ามมาดูฝั่งบ้านเกิดที่ญี่ปุ่นกันบ้างดีกว่า Suzuki Swift ที่จะเปิดตัวและออกจำหน่ายในญี่ปุ่นจะมีการเพิ่มเทคโนโลยีดูอัลเจ็ทใหม่ให้กับเครื่องยนต์ตัวเดิม คือจะมีการติดตั้งระบบแปลงพลังงานไฟฟ้าจากแรงเบรกเข้ากับเครื่องยนต์ VVT ตัวเดิม และติดตั้งระบบ Idling Stop หรือการหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ในขณะที่รถหยุดนิ่ง ซึ่งจะทำให้เกิดความประหยัดขึ้นสูงสุดถึง 26.4 กม./ลิตร เมื่อทั้งสองอย่างทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัวแบบ Sport ESP ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และยังมีชุดแต่งที่เป็นสเกิร์ตรอบคันเพิ่มความสปอร์ตให้เลือกเสริมหล่อกันได้ ในรุ่น RS
Suzuki Swift 2014 ที่เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นจะมีรุ่นให้เลือกทั้ง เกียร์ธรรมดา 5 สปีด, เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT, ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยมีช่วงราคาตั้งแต่ 1.27 ล้านเยน (ประมาณ 407,000 บาท) ถึง 1.78 ล้านเยน (ประมาณ 568,000 บาท) ส่วนราคาในบ้านเราก็คงไม่หนีไปกว่านี้สักเท่าไหร่
แฟน ๆ ในบ้านเราก็คงต้องนั่งร้องเพลงรอกันต่อไปอีกเหมือนเดิมครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น